Subscribe to อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ Yasuni Subscribe to อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ Yasuni's comments

เกาะโอกะชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเกาะภูเขาไฟในประเทศญี่ปุ่นโอบล้อมด้วยภูเขาไฟอีกชั้นหนึ่ง มีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายๆหลุมอุกกาบาตและมีปากปล่องภูเขาอยู่ตรงกลางแอ่ง โดยจุดสูงสุดของขอบปล่องภูเขาไฟด้านนอกที่ความสูงของ 432 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และยังเป็นจุดที่สูงที่สุดในเกาะโอกะชิมะ โดยเกาะนี้อยู่ในน่านน้ำฟิลิปินส์ อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮาโกะเน-อิซุ และอยู่ห่างจากเกาะโตเกียวประมาณ 350 กิโลเมตร ซึ่งเกาะโอกะชิมะเป็นเกาะที่มีภูเขาไฟเคยปะทุมาแล้วในอดีต ทำให้บนเกาะนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ปัจจุบันเกาะนี้มีผู้คนอาศัยอยู่กว่า 200 คน โดยชาวเกาะประกอบอาชีพการเกษตรและการประมงเป็นหลัก ในส่วนของการเดินทางไปเกาะโอกะชิมะนั้น เป็นการเดินทางด้วยเรือซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากที่นี่มีท่าเรือขนาดเล็กคอยรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ทำให้การเดินทางไม่ลำบากมากนัก แต่ถ้าใครพอมีกำลังทรัพย์มากหน่อยก็สามารถติดต่อเรือเฟอร์รี่และเฮลิคอปเตอร์ให้ไปส่งยังเกาะแห่งนี้ได้ โดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ต้องการหาที่พัก โรงแรม ที่กินและร้านอาหาร ที่เกาะโอกะชิมะ ประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีให้บริการ นักท่องเที่ยวจึงต้องหาที่พักและที่กินบนเกาะโตเกียวแทน
สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกาะนี้จัดให้กับนักท่องเที่ยวนั้นมีมากมายหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการอาบแดด ดำน้ำ ปีนเขา ตั้งแคมป์ ชมน้ำพุร้อน รวมทั้งอาบซาวน่าด้วยความร้อนธรรมชาติกลางภูเขาไฟ ซึ่งทุกกิจกรรมได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทำให้เกาะโอกะชิมะแห่งนี้ไม่เคยเงียบเหงาและมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย และอีกอย่างคือ เกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกจำนวนมากคงต้องยกให้ เกาะโอกะชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีความงดงามทางธรรมชาติซึ่งเป็นเกาะรูปร่างต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากไปสัมผัสกับความอัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจหลักๆของเกาะอาโอกะชิมานั้น ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นการเกษตร การประมง รวมไปถึงการตกปลา ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวนั้นถือว่าเป็นส่วนน้อยเนื่องจากเป็นไปตามฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้น
ดังนั้น ใครที่ชื่นชอบความงดงามทางธรรมชาติแบบนี้คงถูกอกถูกใจกับเกาะโอกะชิมะ ประเทศญี่ปุ่นไม่น้อย แม้ว่าการเดินทางจะไม่สะดวกสบายมากนัก แต่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จะทำให้ประทับใจได้อย่างแน่นอน


เเน่นอนเลยว่าสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในเชียงใหม่นั้น เรียกว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแบบที่มีความน่าสนใจสำหรับสไตส์การท่องเที่ยวของแต่ละคน โดยมีธรรมชาติที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็มีหลายสถานที่ซึ่งเป็นที่นิยมและได้รับการโปรโมททางด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยอย่างสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ อุทยานแห่งชาติขุนขาน ซึ่งมีความสวยงามและเป็นที่ถูกอกถูกใจของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่กันอย่างมาก เรียกว่าต้องแวะมาที่แห่งนี้กันแทบทุกคน

สำหรับ อุทยานแห่งชาติขุนขาน นั้นตั้งอยู่ในอำเภอเเม่ริม บริเวณลุ่มน้ำแม่ขาน และลุ่มน้ำแม่แจ่ม ถือว่าเป็นอีกเเหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก เเละเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยมีพื้นที่เป็นลักษณะของภูเขาสูงสลับกันไปมา เเถมเป็นเเหล่งกำเนิดของลำน้ำหลายสานอีกด้วยทั้ง น้ำแม่สาบ น้ำแม่สะเมิง น้ำอมลอง น้ำแม่แจ่ม น้ำแม่ขาน น้ำแม่โต๋ น้ำแม่อมแตง น้ำแม่บ่อแก้ว น้ำแม่ตาละ และน้ำแม่สะงะ จึงไม่น่าเเปลกใจว่ามันจะเป็นที่นิยมของนักล่องไพรเป็นอย่างมาก

จุดท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจของ อุทยานแห่งชาติขุนขาน นั้นก็มีหลายเเห่งที่น่าสนใจทั้งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกอย่าง น้ำตกแม่นาเปอะ น้ำตกห้วยฮ้อม น้ำตกห้วยตาด น้ำตกห้วยอมแตง เเละน้ำตกอมลอง โดยเเต่ละเเห่งนั้นก็มีจุดเด่นทางด้านของสวยงามเเละความเป็นธรรมชาติที่เเตกต่างกันไป ซึ่งคุณต้องลองไปสัมผัสด้วยตนเองเเล้วจะรู้ว่าเเต่ละที่มีความงดงามอย่างไร ส่วนหน้าผามาต๊ะ นั้นก็ถือว่ามีความสวยงามเเละคุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ส่วนถ้ำหลวงแม่สาบ นั้นก็มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ในขณะที่บ่อน้ำร้อนท่าโต๋ ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง โดยมี ดอยซาง เเละดอยขุนแม่เอ๊าะ เป็นเเหล่งชมทัศนียภาพที่เเสนจะงดงาม

เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ภายใน อุทยานแห่งชาติขุนขาน ตึงทำให้มีสัตว์ป่าที่มีความน่าสนใจเเละหายากอาศัยอยู่อย่างมากมายทั้ง หมูป่า เก้ง ไก่ป่า เม่น ลิง กระต่ายป่า หมาไน ตะกวด อีเห็น และ กระรอก โดยมีนกที่หายากอยู่หลายพันธุ์เช่นกัน โดยมี เสือโคร่ง และเลียงผา อยู่ในบริเวณนี้อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทางที่จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูเเลคลอดเส้นทาง สำหรับใครที่ต้องการมาพักค้างเเรมที่นี่ ก็สามารถทำได้เพราะมีพื้นที่รองรับการการเต็นท์ได้มากกว่า 300 คนเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกเเหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด


อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกที่มีขึ้นในโลกใบนี้ ซึ่งอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว้างขวางใหญ่โต ลักษณะสำคัญของพื้นที่แถบนี้คือมีเปลือกโลกที่บาง ทำให้ความร้อนใต้พิภพมีบทบาทสำคัญต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำพุร้อน บ่อน้ำร้อน น้ำตกหินปูน ทะเลสาบบนภูเขาที่เกิดจากการระเบิดของเปลือกโลก เนื่องจากความร้อนใต้พิภพแผ่ขึ้นมาเปลือกโลกบริเวณนี้ ทำให้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าทั้งหลายที่ต้องการความอบอุ่นโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวด้วย โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือ 1.เขตน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อน จะอยู่ทางตอนใต้ของอุทยาน ประกอบไปด้วยน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนใหญ่น้อยมากมาย 2.หุบเขาแกรนด์แคนย่อนแห่งเยลโลว์สโตน จะมีน้ำตกเยลโลว์สโตนอันสวยงาม และจะมีหินสีเหลืองซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Yellowstone และยังมีจุดชมวิวต่างๆ ให้ได้ชื่นชมจนกลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในโลก 3.น้ำตกหินปูนขนาดมหึมาที่มีความสวยงามมากที่เรียกว่า แมมมอธ ฮอตสปริง (Mammoth Hot Spring) เป็นน้ำร้อนที่ไหลพาแร่ธาตุจากใต้พื้นโลกค่อย ๆ ไหลลงมาเป็นน้ำตกจนเกิดการสะสมของหินปูนกลายเป็นชั้น ๆ สวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบเยลโลว์สโตน ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ อุดมไปด้วยปลานานาชนิด อย่างเช่น ปลาเทราท์ ปลาแซลมอน และอื่นๆ ทั้งนี้ในช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งทำให้เปลี่ยนทัศนียภาพรอบๆทะเลสาบมีความงดงามกว่าที่ไหนๆ โดยก่อนหน้าที่จะมีอุทยานแห่งชาติขึ้นนั้นธรรมชาติก็ยังอุดมสมบูรณ์อยู่สัตว์ป่าก็หากินตามธรรมชาติ จนมีการเพิ่มจำนวนของประชากรที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงส่งผลให้การดำรงชีวิตนั้นเปลี่ยนไปจนต้องรุกล้ำธรรมชาติมากเข้าไปทุกที จนในที่สุดจึงได้มีการรณรงค์ให้รัฐบาลปกป้องอาณาบริเวณแห่งนี้ขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ แทนที่จะโดนบุกรุกจับจองแสวงหาผลประโยชน์ ตั้งแต่นั้นมาสัตว์ป่าทั้งหลายจึงมีที่อยู่อาศัยทำให้มีสัตว์ป่าไว้ชมมากมาย

ดังนั้น อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนถือเป็นอุทยานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีทัศนียภาพอันงดงามมากแห่งหนึ่ง


อุทยานแห่งชาติเขาสก หรือ กุ้ยหลินเมืองไทย อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี  ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บริเวณเทือกเขาสูง ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปจนถึงอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ ๆ คือ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา แต่เดิมอุทยานแห่งชาติเขาสก มีเฉพาะพื้นที่ที่เป็นป่าเขา ภายหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้สร้างเขื่อนเชี่ยวหลายขึ้นมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า จึงทำให้พื้นที่ป่าบางส่วนกลายเป็นเขื่อนเก็บน้ำ และยังอยู่ในการดูแลพื้นที่โดยอุทยานแห่งชาติเขาสก ทั้งนี้เขื่อนรัชชประภานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก เนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวที่ไปล้วนประทับใจ แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติเขาสกมี 2 ประเภท คือ การท่องเที่ยวโดยการเดินป่า ชมน้ำตกต่าง ๆ ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือ ดอกบัวผุด ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงปลายฤดู และยังมีการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งคือ การล่องเรือชมวิวเหนือเขื่อน ที่สามารถนอนบนแพสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติบนผืนน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่นชมทัศนียภาพ ภูเขา พายเรือแคนู เล่นน้ำ ตกปลา นั่งเรือไปเที่ยวถ้ำปะการังหรือจะเลือกนั่งซุ่มดูนกเงือกก็ได้

สำหรับอุทยานแห่งชาติเขาสก โดยส่วนใหย่จะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูน ยอดแหลม แนวหน้าผาสูงชัน กลางสายน้ำของเขื่อนเชียวหลาน  บรรยากาศสวยงาม จนได้รับสมญานามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย ภาพภูเขารายล้อมเขื่อน  นอนแพพายเรือคายัคและกิจกรรมต่างๆ  รวมทั้งภาพไอหมอกกระทบกับแสงแดดลอยเหนือน้ำใน ยามเช้าเป็นทัศนียภาพที่สวยงามดึงดูดใจและสร้างความประทับใจ แก่นักท่องเที่ยว ให้เดินทางมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย ช่วงที่เหมาะที่สุดในการไปอุทยานแห่งชาติเขาสกจึงอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเมษายน และจะเริ่มมีฝนตกตั้งแต่เดือนเมษายนถึงธันวาคม และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคมเดือนพฤศจิกายน

ดังนั้นหาก ผู้ที่ชื่นชอบในการเดินทางท่องเที่ยว สำหรับกุ้ยหลินเมืองไทย ก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่สวยงามไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกมุมโลกอีกด้วย นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่แล้วยังไม่ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติอีกด้วย ฉะนั้นจึงเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว


similan-islands8
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน คือสรวงสวรรค์ใต้สมุทรที่อุดมไปด้วยชีวิตน้อยใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปะการัง และหมู่ฝูงปลา มีน้ำใสราวแผ่นกระจกและมีหาดทรายที่ขาวสะอาดงดงาม ประกอบด้วยพื้นดินที่เป็นเกาะต่างๆ เขาหินแกรนิตสูงชัน หาดทราย โขดหินลักษณะรูปร่างต่างๆ ชายฝั่งของเกาะต่างๆมีลักษณะเว้าแหว่งไม่เป็นระเบียบ เนื่องจากตั้งอยู่ในส่วนทะเลนอก ได้รับอิทธิพลจากการกัดเซาะของคลื่นทะเลโดยตรง เรียงตัวตามแนวทิศเหนือใต้ พื้นน้ำเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดียตะวันออก บริเวณไหล่ทวีปติดชายฝั่งตะวันตกของจังหวัดพังงาและประเทศพม่า คู่ขนานกับแนวเกาะนิโคบาร์ ที่เป็นไหล่ทวีปของประเทศอินเดีย ตามชายหาดหรือสันทรายจะไม่มีดินเลนให้เห็นจึงเป็นชายหาดที่ขาวสะอาด สวยงาม อนุภาค ทรายมีขนาดเล็กละเอียด

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนเยี่ยมชมหาความสำราญสนุกสนานเฮฮาเท่านั้น แต่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันยังเป็นสถานที่ซึ่งมีคุณค่าอันประเมินไม่ได้เป็นมรดกทางธรรมชาติและยังเป็นแหล่งความรู้สำหรับทุกคน เป็นที่รวมของธรรมทั้งพันธุ์พืชและเหล่าสัตว์ที่ยังหลงเหลือจากการถูกล่าอาจกล่าวได้ว่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่สมบูรณ์บริสุทธิ์ เป็นที่รวมของป่าหลายประเภทเป็นที่บรรจบกันของป่าดิบกับแนวปะการัง ด้วยอาณาเขตที่ครอบคลุมทั้งทะเลและผืนป่าอันสุดสมบูรณ์ จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากตั้งแต่ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่น ฉลามวาฬ จนถึงนกหายากอย่างเช่น นกชาปีไหน นกลุมพูขาว รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 27 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 22 ชนิด และสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก 4 ชนิด สัตว์เหล่านี้อยู่อาศัย หากิน และดำรงเผ่าพันธุ์มาช้านานในพื้นที่แห่งนี้โดยไม่มีมนุษย์ปะปน

การเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน

• นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปลงเรือที่ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา จากทางหลวงหมายเลข 4
• หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สามารถไปได้ทุกคันที่วิ่งสายระนอง-พังงา ลงที่ทางแยกไปท่าเรือทับละมุแล้วต่อรถรับจ้างมาที่ท่าเรือ
• ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นฤดูท่องเที่ยว มีเรือโดยสารจากท่าเรือทับละมุไปเกาะสิมิลันทุกวัน
• หมู่เกาะสิมิลันอยู่ห่างจากฝั่งที่ท่าเรือทับละมุซึ่งเป็นจุดที่ใกล้ที่สุดประมาณ 70 กิโลเมตร แต่ก็มีเรือท่าเรือโดยสารธรรมดาและเรือเร็วบริการพานักท่องเที่ยวมาจากภูเก็ตด้วย
• หมู่เกาะสิมิลันอยู่ห่างไกลจากฝั่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จำกัด การเดินทางไปเกาะสิมิลันจึงต้องติดต่อล่วงหน้าเท่านั้น